สารสกัดกระเจี๊ยบแดง (Roselle)

กระเจี๊ยบแดง

Common Name กระเจี๊ยบแดง (Roselle Encapsulate)
INCI Name  Hibiscus Sabdariffa Flower Extract
CAS Number  84775-96-2
ส่วนที่ใช้สกัด  ดอก
สารสำคัญที่พบ
  • Protocaltechuic acid
  • Hibiscetin
  • Hibicin
  • Organic acid
  • Malvin
  • gossypetin
สรรพคุณ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ชะลอเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ช่วยปรับสภาพผิวให้ขางกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ลดเลือน ฝ้า กระ  กระชับรูขุมขน
 
 กระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa)

    เป็นพืชสมุนไพรซึ่ง มีการใช้ประโยชน์ในหลายประเทศสืบเนื่องมาเป็นเวลานาน กระเจี๊ยบแดงสามารถนํามาใช้ทําอาหาร และใช์เพื่อการรักษาโรค และยังมีประโยชน์ต่างๆอีกมากมาย..

  1. มีฤทธิ์การเป็นสารต้านออกซิเดชัน(antioxidant)ฤทธิ์ต้านการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว(antiatherosclerosis)และฤทธิ์ลดความดันเลือด
  2. สารเพกตินที่พบในดอกสกัดนำไปใช้เป็นสารป้องกันการแยกตัว (emulsifier) ของน้ำมันในเครื่องสำอาง
  3. กระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งได้แก่ Protocatechuic Acid ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลือดอ่อนนิ่มได้
  4. เมล็ดมีน้ำมันสูง ใช้สกัดสำหรับเป็นน้ำมันประกอบอาหารที่มีกรดไลโนเลอิกสูง (linoleic acid)
  5. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกนิยมนำมาต้ม ทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ มีรสเปรี้ยว ผสมน้ำตาล ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากมีกรดซิตริกอยู่ด้วย
  6. ดอกและใบอ่อน มีรสเปรี้ยว สามารถนำมาปรุงอาหารได้ มีวิตามเอสูง (12,583 I.U. ต่อ 100 กรัม) ช่วยบำรุงสายตา
  7. กลีบเลี้ยงผลและกลีบรองดอกอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง
  8. น้ำต้มของดอกแห้งจะมีกรดผลไม้หรือ AHA อยู่หลายชนิดในปริมาณสูง จึงมีการนำมาผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น โลชั่น เจลอาบน้ำ ครีมขัดผิว
  9. มีการนํามาใช้ในอุตสาหกรรมสีผสมอาหาร เนื่องจากมีคุณสมบัติของการให้สีธรรมชาติแทนสีที่ได้จากการสังเคราะห์
  10. แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม เช่น แยม เยลลี่ เบเกอรี่ ไอศกรีม ไวน์ น้ำหวาน ซอส
  11. ในแอฟริกาใต้มีการน้ำมันจากเมล็ดเป็นยารักษาแผลให้อูฐ
  12. นอกจากนี้ลำต้นของกระเจี๊ยบแดงยังสามารถลอกมาทำเป็นเชือกรัดของ หรือเยื่อกระดาษได้อีกด้วย
  13. เมล็ดใช้ผสมกับสารส้มสำหรับตกตะกอนน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม
  14. เมล็ดที่มีรสขมเหมือนกาแฟบางประเทศนำมาตากแห้ง และบดชงดื่มแทนกาแฟ
  15. ทั้งใบอ่อน ยอดอ่อน ดอก และเมล็ดใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์

 


 
        สารสกัดกระเจี๊ยบแดง มีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และมีสาร โพลีฟีนอล ซึ่งได้แก่ Protocatechuic Acid ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลือดอ่อนนิ่มได้ อุดมด้วยวิตามินซี, วิตามินเอ, AHA ต่างๆ ได้แก่ Citric acid และอื่นๆ เพื่อช่วยผลัดผิวหน้าให้ขาวละเอียดเนียนนุ่ม ช่วยลดปัญหาเรื่องฝ้า, กระ และจุดด่างดำ
 
200784.jpg
 
          ในกระเจี๊ยบแดง อุดมด้วยสารฟลาไวนอยด์นานาชนิดและวิตามินแร่ธาตุสำคัญหลายตัวที่ช่วยบำบัดผิวจากการตกค้างของเม็ดสีเมลานิน และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้สูง ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง และมีฤทธิ์เผยผิวให้ใสอย่างอ่อนๆ ไม่รุนแรง และไม่มีผลข้างเคียง มีฤทธิ์ในการลดการเกิดเม็ดสีผิว
 
514074943_664.jpg
 
          สารสำคัญที่พบ คือ สารกลุ่ม flavonoid ชื่อ crysanthemin, delphinidin-3-O-sambubioside, myricetin, hibiscitrin, gossypitrin, กลุ่ม phenylpropanoid ชื่อ ortho-coumaric acid, para-coumaric acid, ferulic acid พบว่าสารสกัดจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งต่อมลูกหมาก มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะเชื้อแกรมบวก (Gram positive bacteria) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในช่องปาก ฤทธิ์ลดไข้
 
Leave Comment