เลขที่จดแจ้ง| ระบบตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้งทุกระบบ Real Time ทันสมัย

เลขที่จดแจ้ง| ระบบตรวจสอบ Real Time ทันสมัย

ระบบตรวจสอบเลขที่จดแจ้ง ตรวจสอบได้ทั้งระบบเก่า-ใหม่


เลขที่จดแจ้ง ทำไมต้องเพิ่มเป็น 13 หลัก?

เลขที่จดแจ้ง ระบบใหม่ทำไมต้องเพิ่มเป็น 13 หลัก นั่นก็เพราะ เนื่องจากปัจจุบัน เครื่องสำอางไทยมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น และมีผู้สนใจเป็นเจ้าของแบรนด์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งชาวต่างชาติก็เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าประเภทเครื่องสำอางของไทย อีกทั้งการขอเลขที่จดแจ้งระบบเดิมจะใช้ระยะเวลานาน จึงส่งผลให้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนา ระบบเครื่องสำอาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบกรสามารถยื่นขอเลขจดแจ้งได้อย่างรวดเร็วเย็งขึ้น เนื่องด้วยการจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผ่านระบบจดแจ้งอัตโนมัติ (E-submission) จะทำให้แนวโน้มเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางมีมากขึ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป “เลขที่ใบรับจดแจ้ง จะเพิ่ม เป็น 13 หลัก ท่านสามารถใช้เลขที่ใบรับจดแจ้งนี้ได้ตามปกติ” นอกจากนี้ระบบยังมีการเพิ่มเติมรายละเอียดในส่วนผู้ว่าจ้างผลิต สำหรับเจ้าของแบรนด์สามารถจัดการเลขที่จดแจ้งได้ผ่านทางระบบนี้ด้วยเช่นกัน โดยผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างผลิต จะต้องทำการเปิดใช้งาน Open ID เพื่อเข้าใช้งานระบบสารสนเทศของ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา การสร้างบัญชีผู้ใช้งานและการกาหนดรหัสผ่าน สามารถดาเนินการได้ที่สานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) [www.egov.go.th]

 

รับขึ้นทะเบียนเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง 

การขึ้นทะเบียนขอเลขที่จดแจ้ง กับทางพิรุณโปรดักส์ มีค่าบริการในการขึ้นทะเบียนอัตราปกติอยู่ที่ 3,000 บาท/สูตร โดยทางพิรุณโปรดักส์ มีโปรโมชันส่วนลด พิเศษ สำหรับอัตราขึ้นทะเบียนขอเลขที่จดแจ้งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สั่งผลิตกับทางพิรุณโปรดักส์ โดยเรทอัตราส่วนลดเป็นไปตามที่ทางพิรุณโปรดักส์กำหนด ท่านเจ้าของแบรนด์ กรณีที่สั่งผลิตเพื่อจำหน่ายสามารถขอขึ้นทะเบียนเลขที่จดแจ้งผลิตภัณฑ์ทุกสูตรกับทางพิรุณโปรดักส์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำแบรนด์จะต้องมี ฉลาก ที่มีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ และไม่ละเมิดข้อกำหนดกฎเกณฑ์ในการโฆษณา แนวทางโฆษณาเครื่องสำอาง ก.ย. 2559 โดยข้อมูลผู้จัดจำหน่ายบนฉลาก สามารถแสดงเป็น รายละเอียดผู้ว่าจ้างผลิต (เจ้าของแบรนด์) ได้โดยส่งเอกสาร และมอบอำนาจให้พิรุณโปรดักส์ เพื่อดำเนินการขอเลขจดแจ้งจัดจำหน่ายในนามผู้ว่าจ้างผลิตได้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ท่านลงทะเบียนชื่อท่านเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างถูกต้องโดยสมบูรณ์ แต่หากท่านเจ้าของแบรนด์เอกสารไม่พร้อมยื่นขึ้นทะเบียน สามารถให้โรงงานยื่นขอขึ้นทะเบียนจดแจ้ง แบบปกติโดยจะแสดงข้อมูลจำหน่ายโดย ในนามโรงงาน เพื่อให้ขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไปก่อน เมื่อท่านเจ้าของแบรนด์เอกสารพร้อมสามารถขอขึ้นทะเบียนสูตรใหม่ภายหลังได้

 

เลขที่จดแจ้งคืออะไร?

เลขที่จดแจ้ง หรือ เลขที่ใบรับแจ้ง คือ เลขบนฉลากที่ บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ (เครื่องสำอาง) ได้ดำเนินการจดแจ้งรายละเอียดการผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขาย หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยบังคับให้แสดงข้อความที่จำเป็นต่อผู้บริโภค ได้แก่ ชื่อเครื่องสําอางและชื่อทางการค้าของเครื่องสําอาง ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ประเภทหรือชนิดของเครื่องสําอาง (เช่น หากเป็นสบู่ต้องแสดงคำว่าสบู่), ชื่อของสารทุกชนิด ที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง ต้องแสดงทั้งหมดเรียงลําดับปริมาณของสารจากมากไปหาน้อย, วิธีใช้เครื่องสําอาง , ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต (กรณีผลิตในประเทศ) ชื่อและที่ตั้งของผู้นําเข้าและชื่อผู้ผลิต และประเทศที่ผลิต (กรณีนําเข้า), ปริมาณสุทธิ, เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต, วันเดือนปีที่ผลิต, วันเดือนปีที่หมดอายุ ที่เครื่องสําอางมีอายุการใช้งานน้อย กว่า 30 เดือน และ คําเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพอนามัยของบุคคล และข้อมูลสุดท้ายที่สําคัญที่จะต้องแสดง “เลขที่ใบรับแจ้ง”  เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสําอางนั้น ได้มาแจ้งรายละเอียดตามข้อกําหนดการผลิตเพื่อขายหรือนําเข้าเพื่อขายนอกจากนี้สามารถใช้สืบค้นข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าการสืบค้นด้วยชื่อผลิตภัณฑ์หรือชื่อบริษัท อีกทั้ง จะเป็นประโยชน์ในการติดตามเฝ้าระวัง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส เครื่องสําอางที่สงสัยว่าจะไม่ปลอดภัย


3 ขั้นตอนการเพิ่มข้อมูลผู้ว่าจ้างผลิตในเลขที่จดแจ้ง (ข้อมูล ปี 2560) กรณีเพิ่มข้อมูลผู้ว่าจ้าง ทางโรงงานดำเนินการให้จะมีค่าธรรมเนียมปกติในการเข้าระบบผู้ว่าจ้างผลิต 3,000 บาท/สถานที่ โดยพิรุณโปรดักส์มีส่วนลดพิเศษ โดยเรทอัตราส่วนลดเป็นไปตามที่ทางพิรุณโปรดักส์กำหนด แต่อย่างไรก็ตามทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ ท่านเจ้าของแบรนด์สามารถดำเนินการเองได้ที่คุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขใกล้บ้านท่าน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเข้าระบบผู้ว่าจ้างผลิต

  1. กรณียังไม่มีรหัสประจำตัวผู้ประกอบการ หากมีรหัสประจำตัวผู้ประกอบการแล้วให้ข้ามขั้นตอนดังต่อไปนี้
    • เอกสารทั่วไป
      • สำเนาบัตรประจำตัว
      • สำเนาทะเบียนบ้านสถานประกอบการ
      • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
      • แปลนภายในสถานที่สถานประกอบการ
      • พร้อมภาพถ่ายจริงด้านหน้าสถานประกอบการ
      • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมลายเซ็นมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง)
    • กรณีเป็นนิติบุคคล เพิ่มเติมเอกสารประเภทที่ตรงกับประเภทนิติบุคคล
      • หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัทมหาชนจำกัด)
      • หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัทจำกัด)
      • หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)
      • หนังสือจดทะเบียนสหกรณ์
      • หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล)
    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มเติมเอกสารสารทั้งหมดดังนี้
      • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
      • หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์ (รายละเอียดการจดทะเบียนพาณิชย์หัวข้อถัดไป)
      • สำเนาทะเบียนบ้านสถานประกอบการ
  2. ผู้ว่าจ้างผลิตสมัครเข้าใช้บริการระบบยืนยันตัวบุคคล Open ID ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ คู่มือการสมัคร Open ID
  3. เจ้าของแบรนด์ยื่นเอกสารเปิดสิทธิเข้าใช้ระบบการจดแจ้งเครื่องสำอางอัตโนมัติ (E-submission) 

เมื่อทางฝั่งเจ้าของแบรนด์เข้าระบบผู้ประกอบการเรียบร้อยแล้ว
ทางโรงงานจะสามารถเข้าระบบเพื่อเชื่อมโยงเพิ่มผู้ว่าจ้างผลิตเข้ากับโรงงาน
พร้อมขึ้นทะเบียนขอเลขที่ใบรับแจ้งในนามท่านเจ้าของแบรนด์เป็นผู้ว่าจ้างผลิต


การจดทะเบียนพาณิชย์ (สำหรับบุคคลธรรมดา)
สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขตทุกเขต, เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล และ เมืองพัทยา ในส่วนปกครองสถานที่ตั้งของท่าน โดยเตรียมข้อมูลใช้สำหรับจดทะเบียนดังนี้

  • ชื่อร้าน ไทย-อังกฤษ
  • สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ประกอบการ
  • สำเนาบ้ตรประชาชน
  • เตรียมกรอกเงินทุนที่ใช้ในการเริ่มกิจการ
  • ค่าทำใบพาณิชย์ 50฿

การจดบริษัท (สำหรับนิติบุคคล) Comming Soon

 


 FAQ?:

  1. เลขที่ใบรับแจ้งบนฉลากเครื่องสำอาง แสดงถึงอะไร?
    = เลขที่ใบรับแจ้ง XX-X-XXXXXXX เป็นเลขที่ภาครัฐออกให้เมื่อผู้ประกอบการมาแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางกับ อย หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ จะเป็นเลข 10 หลัก(ระบบเก่า)  หรือเลขที่จดแจ้งระบบใหม่ 13 หลัก
  2. นำเลขที่จดแจ้งมาใส่ในกรอบสัญลักษณ์อย. ได้หรือไม่
    ห้ามนําเลขที่ใบรับแจ้งมาใส่ในกรอบเครื่องหมาย อย. เพราะ อาจทําให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดว่า ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นเครื่องสําอางควบคุมพิเศษ ที่ผ่านการขึ้นทะเบียน ตํารับแล้ว ซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย
  3. เครื่องสำอางที่มีเลขที่จดแจ้งแล้วนั้น แปลว่าผ่านการตรวจสอบจาก อย. แล้วว่าไม่มีสารอันตราย ใช้แล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ใช่หรือไม่
    ไม่ใช่  เพราะในการจดแจ้งเครื่องสำอางนั้นเป็นการชี้แจงรายละเอียดส่วนผสมในเครื่องสำอางเท่านั้น ว่าไม่ใช่สารอันตรายหรือใส่ในปริมาณที่ไม่อันตราย หากในสูตรไม่มีสารต้องห้ามจาก อย. และใส่สารควบคุมที่ไม่เกินปริมาณ ก็สามารถขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งอย.ได้ 
  4. การเลือกซื้อเครื่องสำอางให้ปลอดภัย ทำอย่างไร?
    = วิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางให้ปลอดภัย มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. ซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน เชื่อถือได้ เพราะหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้
    2. ซื้อเครื่องสำอางที่มีฉลากภาษาไทย โดยระบุข้อความที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ชัดเจน ได้แก่ ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง  เลขที่ใบรับแจ้ง  สารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีการใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือนำเข้า ปริมาณสุทธิ  เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต  เดือนปีที่ผลิต เลขที่ใบรับแจ้ง และคำเตือน (ถ้ามี)
    3. ซื้อเครื่องสำอางที่มีภาชนะบรรจุหีบห่ออยู่ในสภาพดีไม่แตกรั่ว และมีการเก็บรักษาอย่างดี ไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นหรือโดนแสงแดด
    4. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
  5. ข้อแนะนำในการเลือกใช้เครื่องสำอางอย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอกภัย
    = ข้อแนะนำในการเลือกใช้เครื่องสำอาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด โดยเฉพาะวิธีใช้และคำเตือน
    2. ควรมีการทดสอบการแพ้ก่อนใช้ โดยการทาเครื่องสำอางในปริมาณเล็กน้อย ที่บริเวณท้องแขนแล้วทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติแสดงว่าสามารถใช้ได้ แต่หากใช้แล้วผิดปกติ ให้หยุดใช้ทันที
    3. อย่าแบ่งปันหรือใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
    4. หากใช้เครื่องสำอางใดแล้ว มีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรก หรือใช้มานานแล้วก็ตาม ต้องหยุดใช้ทันที และรีบไปพบแพทย์
  6. หากเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเลขที่จดแจ้ง ติดต่อสอบถามข้อมูลได้จากที่ใด
    = กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง         โทร. 0 2590 7441
Leave Comment