สารสกัดใบบัวบก (CENTELLA ASIATICA LEAF EXTRACT)

ใบบัวบก CENTELLA ASIATICA LEAF EXTRACT

Common Name ใบบัวบก (CENTELLA ASIATICA LEAF)
INCI Name CENTELLA ASIATICA LEAF EXTRACT
CAS Number 0084696-21-9
ส่วนที่ใช้สกัด ใบ
สารสำคัญที่พบ
  • Aciaticocide
สรรพคุณ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่นขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็น
 
ใบบัวบก สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I และ III ลดริ้วรอย ให้ผิวกระชับขึ้น และช่วยรักษาแผล หรือรอยดำแดง ที่เกิดจากสิวได้ มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของผิว สามารถลดการเกิดเม็ดสีเมลานินซึ่งทำให้ผิวคล้ำ ด้วยการลดการอักเสบของผิวที่เกิดจากแสง UV ทำให้ช่วยเร่งให้ผิวขาว ในกรณีที่ผิวคล้ำที่เกิดจากการออกแดด

ใบบัวบก

ใบบัวบก นิยมผสมในเครื่องสำอางค์ anti-aging หลากหลายยี่ห้อดังทั่วโลก เนื่องจากมีผลการวิจัยรับรองว่าช่วยการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับเปปไทน์ชนิดอื่น โดยกลไกการทำงาน (mechanism) แตกต่างจากเปปไทน์ต่างๆ จึงทำให้เหมาะที่จะใช้ร่วมกันเพื่อให้ผลดียิ่งขึ้น

ใบบัวบก มีฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระลดรอย หมองคล้ำ รอยด่างดำของผิว รอยแดง รอยแผลเป็นต่างๆ ลดอาการบวมช้ำ โดยเฉาะรอยคล้ำใต้ตา จะเลือนหายไปในเวลาอันรวดเร็ว กระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ในชั้นผิวได้ดีเยี่ยมไม่แพ้สารอื่นๆ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ ช่วยรักษาแผล มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง ฆ่าเชื้อรา ลดการอักเสบของแผล สร้างเซลล์ผิวใหม่ทำให้รอยแผลเป็นมีขนาดเล็กลง ยับยั้งกระบวนการเกิดแผลเป็นชนิดนูน ซึ่งทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและตึงกระชับ ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น
 
นอกจากนั้นในใบบัวบกยังมีสารที่เป็นตัวช่วย ในการสมานแผล ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เนื้อเยื่อทำงานได้เต็มที่สมานกันได้ดี และที่สำคัญคือมีฤทธิ์เป็น Anti-oxidant ที่สูงกว่าวิตามิน E ถึง 5 เท่า
ในใบบัวบก ประกอบไปด้วย ไตรเตอพีนอยด์ (triterpenoids) (อะซิเอติโคซัยด์) บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ มาดิแคสโซซัยด์ (ซึ่งเป็นไกลโคซัยด์ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ) กรดมาดิแคสซิค ไธอะมิน (วิตามินบี 1) ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) วิตามินเค แอสพาเรตกลูตาเมต ซีริน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน แมกนีเซียม แคลเซียม โซเดียม สารสำคัญที่ได้จากใบบัวบกมีฤทธิ์ในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อราและลดอาการอักเสบ
 
สารไตรเตอพีนอยด์ (triterpenoids) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเปรียบเสมือนร่างแหที่ประกอบกันเป็นโครงสร้างหลัก ของเซลล์ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และยังเป็นผนังที่หุ้มล้อมรอบหลอดเลือดอีกด้วย ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่นขึ้น ตลอดจนช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็น และพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วงเร่งการสร้างสารคอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างของผิวหนึง มีผลเสริมความแข็งแรงของผิวหนัง เพิ่มปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์ใบบัวบก
  1. ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่นขึ้น
  2. เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน
  3. รักษาแผล
  4. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  5. ลดรอยแผลเป็น

เสริมคุณค่าสมุนไพรสกัด “ใบบัวบก” ให้บริสุทธิ์สูงใช้ยับยั้งเม็ดสีผิว 

ที่มา ASTV

       นักวิจัย มจธ. เสริมคุณค่าสมุนไพร พัฒนาวิธีการผลิตสารจากใบบัวบก ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสตัวการก่อเม็ดสีเมลานินในผิว เพื่อใช้ในเครื่องสำอาง เพื่อให้ได้สารสกัดธรรมชาติแท้ที่มีประสิทธิภาพนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค หวังผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยสู่ตลาดสากล
       
       จากเหตุผลว่าคนไทยนิยมใช้สินค้าต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากต่างประเทศ จนมีมูลค่านำเข้าสมุนไพรต่างประเทศถึงปีละ 2.7 หมื่นล้านบาท แม้ตลาดสมุนไพรกำลังเติบโตและขยายตัว แต่มีผลิตใช้เองเพียงปีละ 1.3 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงพัฒนาวิธีสกัดสารสำคัญในสมุนไพรเพื่อใช้ในเครื่องสำอาง
       
       รศ.ดร.ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์ และ รศ.ดร.อรพิน เกิดชูชื่น อาจารย์จากคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้พัฒนา กรรมวิธีการสกัดสารยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสจากใบบัวบกเพื่อใช้ในเครื่องสำอาง โดย รศ.ดร.ณัฎฐา กล่าวว่า เลือกศึกษา “ใบบัวบก” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าให้แก่พืชพื้นบ้านของไทย
       

 “ประเทศไทยมีแดดแรง และอันตรายจากรังสียูวีก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดความบกพร่องบนผิวของคนไทย เนื่องจากเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ที่มีผลมาจากเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทมากที่สุดในการเร่งการสังเคราะห์เมลานินในเมลาโนไซต์ ซึ่งมีผลต่อกระบวนการสร้างเม็ดสี ดังนั้นนอกจากการปกป้องผิวจากรังสียูวีแล้ว เราจึงต้องยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสด้วย และจากการศึกษาพืชจำนวน 13 ชนิด อาทิ ใบบัวบก ขมิ้นชัน ไพล ทานาคา ปอสา ถั่วเหลือง แตงกวา ขิง ว่านหางจระเข้ ฯลฯ พบว่า สารสกัดจากใบบัวบกมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสได้ดีที่สุด เราจึงพัฒนากรรมวิธีสกัดสารจากใบบัวบกให้ได้สารที่บริสุทธิ์ มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้มากที่สุด”

       รศ.ดร.ณัฎฐา เปิดเผยว่า กรรมวิธีการสกัดสารยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสจากใบบัวบกเพื่อใช้ในเครื่องสำอางนั้นได้รับการอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการสกัดนั้นมีการใช้ใบบัวบกสดและแห้ง โดยการศึกษาใช้ตัวทำละลาย 2 ชนิดคือ เอทานอล และปิโตรเลียมอีเทอร์ พบว่า ตัวทำละลาย 99% เอทานอลมีประสิทธิภาพในการสกัดสารจากใบบัวบกได้ดีกว่า และถือเป็นตัวทำละลายที่ปลอดภัยตามหลักของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งในกรรมวิธีที่ได้รับอนุสิทธิบัตรนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ได้สารสกัดจากธรรมชาติแท้ที่มีความบริสุทธิ์ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง
       
       โดยจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า สารสกัดจากใบบัวบกสดมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสาร ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนสได้ดีกว่าใบบัวบกแห้ง โดยการทดลองนำสารสกัดจากใบบัวบกความเข้มข้นต่ำสุดที่ให้ค่า การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสร้อยละ 50 (IC50) หรือเท่ากับ 446 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ผสมเข้ากับเบสครีม พบว่าสารสกัดใบบัวบกสดจากเอทานอลมีรูปแบบการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสแบบผสม เนื่องจากมีสารสำคัญอย่าง อาร์บูติน และกรดมาดีแคชโซไซด์ ซึ่งเป็นสารที่สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสได้ดี
        
       อีกทั้งจากการทดลองบนผิวหน้าของอาสาสมัครจำนวน 5 คน ที่มีรอยกระฝ้า และจุดด่างดำที่เกิดจากแสงแดด โดยการทาครีมที่ผสมสารสกัดใบบัวบกวันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 8 วัน พบว่า ไม่มีอาการแพ้ หรือแสบแดง และสามารถลดปัญหารอยหมองคล้ำบนผิวได้อย่างชัดเจน โดยการวัดค่าความสว่างของผิวด้วยเครื่องวัดสีในห้องปฏิบัติการทุกๆ 2 วัน สภาพผิวของอาสาสมัครมีความสว่างเพิ่มขึ้น (วัดเป็นค่าเดลต้า L) และมีค่าสีเหลืองเพิ่มขึ้น (วัดเป็นค่าเดลต้า B)

“อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นเพียงองค์ความรู้ในเรื่องกรรมวิธีการสกัดสารจากใบบัวบกด้วยเอทานอล เพื่อส่งเสริมการยกระดับคุณภาพพืชพื้นบ้านของไทยให้เป็นสารสกัดจากธรรมชาติแท้ที่บริสุทธิ์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง เป็นการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย แต่การต่อยอดจากกรรมวิธีสกัดสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรนั้นยังจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ต่อไปเมื่อนำมาผสมในเบสครีมแล้ว เนื่องจากเป็นสารสกัดจากสมุนไพรบริสุทธิ์ที่ไม่มีสารสังเคราะห์มาเจือปน จึงอาจทำให้อายุในการเก็บรักษาสั้นกว่าปกติ”

 

Leave Comment